ตอนที่ :4 ตบเบาะ
วันนี้เป็นวันเสาร์ วันเสาร์ของเด็ก ๆ ปกติที่ผาสุกก็มักจะตื่นสายได้ แต่ไม่ใช่วันเสาร์ที่ผาสุกสำหรับสมาชิกยูโดหัดใหม่ทั้งหมดห้าคนนี้
“เฮ้อ....ให้ตายสิ เพิ่งรู้ว่าคิดผิดจริง ๆ ที่มาสมัครเข้าชมรมนี้”ยัยหวานบ่นกระปอดกระแปด
“เนี่ย น้องมายด์กับคุณมิ้นท์ต้องโทรไปเลื่อนโปรแกรมเรียนพิเศษไปอยู่ตอนเย็นเลย”
“เอาน่า ๆ อย่าบ่นกันไปเลย ฝึกซ้อมเยอะ ๆ จะได้เก่งเร็ว ๆ”ยัยจิ๋วผู้มีความตั้งใจในยูโดมากกว่าใครปรามเพื่อน
“เออ แล้วยัยกระเทยลั๊กกี้ อะไรนั่นไม่มาซ้อมด้วยเรอะ”ยัยมิ้นท์บ่นบ้าง
“ได้ข่าวว่าวันเสาร์อาทิตย์เค้าต้องช่วยที่บ้านทำงานบ้านน่ะ”น้องมายด์ตอบให้
“ก็คงทำงานตามประสาคนจนนั่นแหละ”ยัยไฮโซจอมวีนเบะปาก
“เอ๊ะ...คำก็บ้านจน สองคำก็บ้านจน พวกเราไปจนบนหลังคาบ้านเธอรึไงยะ”ยัยหวานผู้จนกว่าเริ่มเดือด
ก่อนที่สงครามศักดินา ข้า ไพร่ จะเริ่มขึ้นประธานชมรมรูปหล่อก็ออกมาห้ามทัพเสียก่อน
“เอาล่ะ ๆ อย่าเพิ่งรีบใช้แรงตอนนี้เลย”ประธานชมรมยิ้มอย่างมีความหมาย
“เวลาในการใช้แรงยังมีอีกเยอะ หึ ๆ”
........................................................................................
“ตบเบาะ!!! อะไรกัน นี่เรามาเรียนยูโดได้สามวันแล้วนะยังไม่ให้พวกเราฝึกทุ่มอีกเหรอ”ยัยมิ้นท์จอมวีนส่งเสียงโวยวายขึ้น
“พวกเธอเคยตบเบาะรึยัง”
“พี่ไมท์ก็สอนทุ่มไป ตบเบาะพร้อมไปก็ได้นี่”ไฮโซสุดแสบยังเถียงไม่ลดละ
“พี่ถามว่าพวกเธอเคยตบเบาะรึยัง!!!”ประธานชมรมย้ำเสียงเครียดอีกครั้ง
“พี่เคยเห็นเพื่อน ๆ กับรุ่นน้องที่พูดอย่างเธอมาเยอะแล้ว!!!”
น้ำสียงก้องนั้นเกรี้ยวกราดขึ้นพร้อมกับแววตาวาวโรจน์ ยัยไฮโซจอมแสบหน้าจ๋อยไปฉับพลัน
“แล้วตอนนี้ล่ะคะ พวกเค้าไปอยู่ที่ไหนแล้ว”ยัยหวานถามอย่างหวั่น ๆ แต่ความอยากรู้มีมากกว่า
“อ๋อ ตอนนี้เค้าพิการไปหมดแล้วล่ะ ไม่แขนหักก็ขาหัก รึพวกเธอจะลอง”เสียงนั้นทิ้งท้ายอย่างมีความหมาย ก่อนจะหันหลังเดินนำหน้าขึ้นเบาะไป
........................................................................................
“วันนี้เราจะเรียนเรื่องการตบเบาะหรือ อุเกมิ กัน”เวลาสามโมงเช้าเป๊ะ การเรียนการสอนก็เริ่มต้นขึ้น
“อุ เก มิ คืออะไร? อุ เก มิ คือศิลปะการล้มตัวเพื่อลดการบาดเจ็บให้เหลือน้อยที่สุด”ตามองพวกลูกศิษย์แสบนิดนึงก่อนจะกล่าวต่อ
“พวกเธอเคยสังเกตมั้ยว่าเวลานักยูโดเค้าทุ่มกันรุนแรงมากเลย แต่ทำไมเค้าจึงไม่ได้รับบาดเจ็บ?”
“เพราะเค้าทนได้ค่ะ”ยัยหวานยกมือตอบอย่างมั่นใจ
“เพราะเค้าแข็งแรงต่างหากล่ะ”ยัยมิ้นท์แสดงความคิดเห็นขึ้นบ้างเพราะกลัวถูกแย่งซีน
“นี่ ๆ ถ้าเค้าทนไม่ได้แล้วเค้าจะถูกทุ่มได้ไงล่ะยะ”
“แล้วถ้าเค้าไม่แข็งแรงพอเค้าจะทนถูกทุ่มไปได้ยังไงกันเล่า”คราวนี้ยัยมิ้นเริ่มของขึ้นบ้าง
“อ๋า งั้นฉันขอทุ่มคนแข็งแรงหน่อยคงไม่ว่ากันนะ”ยัยจิ๋วรีบผวาเข้ากดคอยัยหวานลง ขณะที่น้องมายด์รั้งเอวยัยมิ้นท์ไว้ได้อย่างอุตลุด
“หนึ่ง สอง สาม สี่....อดทนไว้นายไมท์ อดทนไว้....อย่าเพิ่งทำอะไรลงไปนะ อย่าเพิ่ง อย่าเพิ่ง...”
ประธานชมรมพยายามกล้ำกลืนโทสะร้ายอย่างสุดความสามารถ
“เอาล่ะ ๆ พวกเธอเคยเห็นแผ่นกระจกมั้ย เวลาเราปล่อยมุมใดมุมหนึ่งของมันลง มุมนั้นก็จะแตกหักลงทันทีเลยใช่มั้ย”ท่านประธานพยายามเอาน้ำเย็นเข้าลูบ
“แต่ในทางกลับกันถ้าเราค่อย ๆ ปล่อยกระจกให้ลงสู่พื้นทั้งแผ่นพร้อม ๆ กันโดยไม่มีมุมใดมุมหนึ่งตกสู่พื้นก่อนกระจกก็จะไม่แตก นั่นคือหลักการกระจายน้ำหนัก ร่างกายมนุษย์ก็เช่นกัน ถ้าเราสามารถกระจายน้ำหนักทุกส่วนลงสู่พื้นได้อย่างเหมาะสม เมื่อเวลาถูกทุ่มเราก็จะไม่เจ็บ”
“แต่จะถูกกระจกบาดแทน...”เสียงแว่ว ๆ เสียงหนึ่งลอยตามลมมาแผ่วเบา แต่ยังจับเจ้าตัวต้นตอไม่ได้
“เอาล่ะวันนี้เราจะเรียนเรื่องการตบเบาะกัน พวกเธอทุกคนมานอนเรียงแถวกันให้เป็นระเบียบ เว้นระยะห่างให้พอประมาณ”
เมื่อจัดท่าจัดทางเสร็จเรียบร้อยแล้ว บรรดาลูกปูทั้งหลายก็ได้เวลาตบเบาะ
“ตบเบาะท่าที่หนึ่งท่าเตรียม...เริ่ม....”
เงียบ
“ตบเบาะท่าที่หนึ่งท่าเตรียม...เริ่ม....”
เงียบสนิท
“ตบเบาะท่าที่หนึ่งท่าเตรียม...เริ่ม....”
เงียบจังโว้ย..!!!
“ทวนคำสั่งของพี่ด้วยสิครับเฮ้ย!...”
“ตบเบาะท่าที่หนึ่งท่าเตรียม...เริ่ม....”
“เริ่ม...”คราวนี้มีเสียงดังขึ้นอีกนิดหน่อย
“ให้มันดังกว่านี้หน่อยสิฟระ ชาติก่อนเกิดเป็นมดแดงรึไง...”
“ตบเบาะท่าที่หนึ่งท่าเตรียม...เริ่ม....”
“เริ่ม...”คราวนี้เสียงดังฟังชัดพร้อมกันอย่างน่าชื่นใจ
“สิบครั้ง”
เงียบ
“สามสิบครั้ง”
“เงียบอีก...”(แต่ เอ๋ ทำไมคนสั่งต้องเพิ่มจำนวนด้วยฟระ)
“ห้าสิบครั้ง”
คราวนี้เสียงขานรับเริ่มมาอ่อย ๆ
“หนึ่งร้อยครั้ง”
“หนึ่งร้อยครั้ง!”(ชิบเป๋ง...รู้งี้ทวนคำสั่งมาแต่แรกก็ดีแล้ว)
“ปฏิบัติ...”
เสียงตูม ๆ จากการเอามือฟาดเบาะของเด็กๆ ปลุกความสดชื่นให้กับชมรมขึ้นมาอีกครั้ง ใบหูกวางใบแล้วใบเล่า ปลิดตัวเองหล่นคว้างร่วงลงสู่พื้น เพื่อรอใบอ่อนเล็ก ๆ แทงเสริมขึ้นมา ชมรมยูโดแห่งนี้ก็เช่นกัน ตอนนี้ใบอ่อนแห่งนักสู้กำลังเริ่มต้นชูช่อขึ้นแล้ว แต่จะขยายกิ่งใบใหญ่โตได้แค่ไหน อนาคตเท่านั้นที่รู้...
........................................................................................
“โอยยย ตาประธานชมรมบ้าอำนาจ จำไว้เหอะแก ไว้ชั้นเก่งเมื่อไหร่บ้างล่ะคอยดู”ยัยหวานลากร่างกายที่อ่อนละโหยไปหายัยจิ๋วที่นั่งพิงถังคูลเลอร์น้ำคอพับคออ่อนอยู่
“ทำใจดี ๆ ไว้น้องมาย กินน้ำก่อนนะ ฮึ่ม คนหน้าตาดีแต่ใจร้าย”ยัยมิ้นท์พยายามประคองเพื่อน ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าตัวเองก็ไม่ค่อยไหวแล้ว
“คุณมิ้นท์ช่วยน้องมายด์ด้วย น้องมายด์จะเป็นลม”
“เฮ้ยยยย ช่วยด้วย ๆ ใครก็ได้ช่วยหายาหม่องให้น้องมายด์หน่อยเร้ววววว”
........................................................................................
เสียงภายในเบาะชมรมดังระงมอยู่เซ็งแซ่ แต่ชายหนุ่มตัวต้นเหตุกลับไม่สนใจ เขาเดินเข้าไปหาต้นหูกวางต้นใหญ่นั้นอย่างช้า ๆ ก่อนจะก้มลงหยิบใบหูกวางใบหนึ่งขึ้นมา สายลมแผ่วเบาพัดเส้นผมของเขาให้พลิ้วไสวเล็กน้อยก่อนจะจางหายไปพร้อมกับรอยยิ้มที่ไม่มีใครเห็น
“เจ้าต้นหูกวางเอ๋ย ฉันรักแกจริง ๆ ว่ะ”
บทประพันธ์ : กระบี่ใบไม้