1. เว็บบอร์ด
  2. ห้องสมุด
  3. อ่านกระทู้
ตอบกระทู้
SoniKaise
L
いかないで
Fame • 380

ชาวญี่ปุ่นส่วนใหญ่ ถ้าถามเขาว่าคุณนับถือศาสนาอะไร เขาจะตอบสบาย ๆ ว่า "ไม่มีศาสนา" แต่การไม่นับถือศาสนาของเขา ไม่ใช่ลักษณะที่ต่อต้านศาสนา หรือมองศาสนาในทางร้าย แต่เป็นลักษณะที่มองว่า "ไม่สำคัญ" "มีก็ได้ไม่มีก็ได้" "ไม่มีก็ไม่เห็นแปลก" "เป็นแค่วัฒนธรรม" หรือ "เป็นเรื่องท่องเที่ยว" "เอาไว้ทำพิธีศพ(พุทธ) หรือพิธีแต่งงาน(คริสต์)" "เอาไว้ไหว้เจ้าชินโตเพื่อขอพร" 

ชาวญี่ปุ่นปัจจุบันจึงไม่ได้ยึดติดกับศาสนาใดศาสนาหนึ่ง ไม่แปลกเลยที่คู่สมรสซึ่งเพิ่งแต่งงานใหม่ จะทำพิธีบอกกล่าวบรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้วที่หิ้งบูชา ตามแบบของชาวพุทธ แต่ทำพิธีแต่งงานตามแบบชาวคริสต์ และไปสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ศาลเจ้าชินโต ในระหว่างการไปดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์ หรือพาลูก ๆ ไปที่วัดชินโตเพื่อไหว้เจ้าให้มีสุขภาพแข็งแรง แต่จัดงานศพในวัดพุทธ หรือร่วมฉลองเทศกาลคริสต์มาสอย่างสนุกสนาน

สังคมญี่ปุ่นยินยอมให้ผู้ที่นับถือศาสนาที่ต่างกันแต่งงานกันได้ง่าย ๆ 

และไม่มีการสอนศาสนาในโรงเรียนทั่วไป

ศาสนาชินโตซึ่งเคยเป็นศาสนาประจำชาติของญี่ปุ่น ได้ถูกยกเลิกจากการเป็นศาสนาประจำชาติ หลังจากสงครามโลกครั้งที่สอง มีการยกเลิก "ศาสนาชินโตแห่งชาติ" ในปี พศ. 2488 

ศาสนาชินโตเป็นศาสนาที่ไม่มีศาสดา แต่มีหลักคำสอนว่า จักรพรรดิแห่งญี่ปุ่นสืบสายเลือดมาจากเทพเจ้า และจักรพรรดิเป็นประมุขของศาสนา เชื่อในเทพเจ้าหลายองค์ เป็นพหุเทวนิยม เชื่อถือเวทมนตร์ คาถา บูชาธรรมชาติ และบรรพบุรุษ ต่อมาถูกศาสนาพุทธกลืนโดยถือว่าพระพุทธเจ้าเป็นเทพองค์ใหญ่สุดและเทพเจ้าต่าง ๆ ของชินโตเป็นอันดับรองลงมา 


ขอบคุณ บทความจาก ศิลป์ชัย เชาว์เจริญรัตน์

ปล.สำหรับ จขกท มีเพื่อนที่ไม่นับถือศาสนาอะไรเลยอยู่เหมือนกัน เพื่อน จขกท บอกว่ามันก็ดีในอีกแบบ จขกทก็จำไม่ได้ว่าเพื่อนบอกประมาณไหนบ้าง แต่ถ้าท่านมีความเห็นยังก็คอมเม้นไว้ข้างนะEmoji
ศาสนาในประเทศญี่ปุ่น
โพสเลขที่ 2 โพสถูกลบ
Xenoglossy
L
Fame • 17
จะว่าไปเมื่อก่อนเคยอ่านบทความจากไหนก็ไม่รู้ว่า ชาวฝรังเศสจำนวนมากบอกว่าศาสนาเป็นเหมือนกับ แฟชั่น เท่านั้น ตอนแรกคิดว่าเป็นเรื่องตลก แต่พอผมลองคิดๆดูมันก็จริงเหมือนกันนะ

ผมเคยมีเพื่อนที่เป็นคริสต์ที่เข้าร่วมงานพิธีศาสนาของพุทธที่ทางโรงเรียนจัดและไหว้บรรพบุรุษในงานเชงเม้งด้วยล่ะ พอถามว่าตอนกราบพระพุทธรูปเนี่ยไม่ใช่บูชารูปเคารพเหรอ เขาก็ตอบว่า เขาไหว้ด้วยความเคารพ แบบเดียวกับรูปปั้นนักบุญ ไม่ใช่ไหว้ด้วยการบูชาแบบพระเจ้า

พอเจอแบบนี้แล้วก็เริ่มคิดว่าการนับถือศาสนาไม่จำเป็นต้องเลือกแค่อย่างเดียวเท่านั้นนี่นา ยิ่งที่เขาว่าศาสนาเป็นเหมือนแฟชั่นนั้น ทำให้คิดว่า ทุกคนมีศาสนาเป็นของตัวเอง ถ้าแฟชั่นแต่ละคนไม่เหมือนกันเป๊ะๆ ศาสนาของแต่ละคนก็มีความเป็นปัจเจกไม่จำเป็นต้องเหมือนกันเช่นกัน เพราะถามคริสเตียน100คนว่าพระเจ้าคืออะไรก็อาจได้คำตอบที่ไม่เหมือนกันมา100คำตอบ เหมือนกับคน100คนที่แต่งตัวแบบโกธิคโลลิแต่ไม่เหมือนกันเป๊ะๆ ดังนั้น ศาสนาก็เหมือนกับกลุ่มของแฟชั่นที่ไม่มีอะไรถูกอะไรผิด การที่ศาสนาผิดเพี้ยนไปจากเดิมก็เหมือนกับแฟชั่นที่พัฒนาไปเรื่อยๆ ถ้าเกิดศาสนาใหม่ขึ้นมาจากความผิดเพี้ยน ก็เหมือนกับแฟชั่นกลุ่มใหม่ที่แยกสายมาจากกลุ่มเดิมเท่านั้นเอง
3 ความคิดเห็นย่อย
เราว่าก็ดีนะ มองศาสนาเป็นเรื่องแฟชั่นน่ะ แต่บ้านเราคงยากเพราะมันจารีตประเพณี วัฒนธรรม ที่เกี่ยวกับพุทธเยอะมาก แต่มันอยู่ที่มุมมองอะนะEmoji
    ดูโพสเพิ่มเติม กำลังโหลด...
    คิดSigไม่ออก
    ขอบคูณค่ะ
     
      © 2TH All rights reserved.